7 รถยนต์ สุดประหยัดน้ำมัน ปี 2021

7 รถยนต์ สุดประหยัดน้ำมัน ปี 2021 รถยนต์ ถือเป็นยานพาหนะที่ทุกบ้านต้องมี เพราะมันสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเราคิดว่าในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ น่าจะมีใครหลายคนที่กำลังมองหารถยนต์ เอามาเป็นยานพาหนะคู่ใจแน่นอน โดยวันนี้ phonewithme เราจะขอแนะนำ 7 รถยนต์ สุดประหยัดน้ำมัน ปี 2021 เอาไว้ให้ทุกคนศึกษา เพื่อเป็นตัวเลือกในการซื้อรถแบบประหยัดน้ำมาขับ ส่วนจะมียี่ห้อไหนที่ประหยัดน้ำมันบ้าง ตามไปดูกันเลย

แนะนำรถยนต์ สุดประหยัดน้ำมัน ปี 2021

1. Volvo XC60 T8

Volvo XC60 T8

Volvo XC60 T8 ถือเป็นรถยนต์ในฝันของใครหลายคน เพราะนี่คือ SUV car  ที่มีรูปทรงสวยงาม และดูมีสไตล์สุด ๆ ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างเยี่ยม เสริมสร้างความสมบูรณ์แบบด้วยดีไซน์ภายนอกที่บ่งบอกถึงความสไตล์แสนหรูหราตามแบบฉบับรถสแกนดิเนเวียน ภายในห้องโดยสารตกแต่งหรูหรามีระดับ สรรค์สร้างขึ้นมาโดยอาศัยหลักสรีระศาสตร์ที่แสดงถึงความใส่ใจ ให้ความสำคัญแก่ผู้ขับขี่อย่าวชัดเจน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ T8 ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Plug-in Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของโลก ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 87 แรงม้า รวมเป็น 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 43.5 กม./ลิตร และสามารถขับขี่ด้วย Pure Mode ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว ได้ระยะทางไกลถึง 40 กม. เลยทีเดียว

2. BMW 330e M Sport

BMW 330e M Sport

BMW 330e M Sport ว่ากันว่าสามารถประหยัดน้ำมันได้ 41 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมากทีเดียว ซึ่งนี่เป็นนวัตกรรมยานยนต์ที่ครบเครื่องเรื่องประโยชน์ใช้สอย ถูกดีไซน์ขึ้นในรูปแบบที่สร้างสุนทรียะในการขับขี่ ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี  iPerformance ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า ลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 57 กรัม/กิโลเมตร เท่านั้น นับว่าเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งแบบซีดาน แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไปให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง

3. Toyota Prius

Toyota Prius

Toyota Prius ถือเป็นรถยนต์ที่ทำออกมาเพื่อประหยัดน้ำมันโดยเฉพาะ โดยว่ากันว่าอัตราการประหยัดน้ำมัน 40.8 กิโลเมตร/ลิตร นับตั้งแต่เปิดตัวไปจนถึงช่วงเวลาล่าสุดที่ได้ออกจำหน่าย Toyota Prius ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั่วทั้งตลาดโลก ที่มียอดขายกว่า 2 ล้าน 5 แสนคันเป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จของ Prius ได้เป็นอย่างดี ด้วยความเป้นรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวชวนดึงดูด อีกทั้งมีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดเชื้อเพลิง ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และถึงแม้ว่าปัจจุบัน Toyota Prius จะยกเลิกการจำหน่ายในไทยแล้ว แต่ในตลาดรถมือสองยังคงมีวางจำหน่ายและได้รับความสนใจ เป็นหนึ่งในตัวเลือกของรถประหยัดน้ำมันที่หลายคนยกเอาไว้เป็นที่ 1 ในใจ

4. BMW 320D Luxury

BMW 320D Luxury

มาต่อกันที่ BMW 320D Luxury ที่มีอัตราการประหยัดน้ำมัน 27 กิโลเมตร/ลิตร นี่เป็นรถยนต์อีกหนึ่งเวอร์ชั่นในชุดของ BMW 3 Series ภายใต้รูปแบบ Luxury Style ที่นำเสนอความหรูหราผสานกับความโฉบเฉี่ยวในงานดีไซน์ที่มีมิติที่เป็นเอกลักษณ์อันทรงคุณค่า ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ดีเซล พิกัด 2 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว เพิ่มพลังด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo  ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 รูปแบบ คือ Eco Pro, Comfort, Sport และSport+ โดย BMW 320D Luxury เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นด้วยการติดตั้งระบบ Automatic Start/Stop Function มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเต็มกำลังให้ทุกการขับเคลื่อน

5. Mazda2

Mazda2

Mazda2 ถือเป็นรถยนต์ที่เราคุ้นตาเป็นอย่างมาก และเห็นได้เต็มท้องถนน โดยอัตราการประหยัดน้ำมัน 26.30 กิโลเมตร/ลิตร ถือเป็นขวัญใจคนเมืองที่ตอบโจทย์การขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกระดับ ด้วยดีไซน์ที่มีสไตล์ ผสานรับการออกแบบภายในที่สร้างสรรค์ออกมาอย่างพิถีพิถัน ติดตั้งเครื่องยนต์ SKYACTIV-D 1.5 พร้อมเทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ ให้อัตราเร่งด้วยแรงบิดสูงถึง 250 นิวตัน-เมตร พร้อมหัวฉีดโซลีนอยด์ ที่ฉีดน้ำมันได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพอัตราส่วนการอัดต่ำเพียง 14.8:1 เผาไหม้หมดจด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานข้อบังคับมลพิษระดับ Euro 5 ของยุโรป ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำเพียง 100 กรัม/กม. โดดเด่นที่สุดเรื่องการประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี  i-ACTIVSENE ให้ความนุ่มนวลและเกาะถนนมากยิ่งขึ้นควบคุมทุกการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ

6. Toyota C-HR

Toyota C-HR

มาต่อกันที่ Toyota C-HR ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดไปไม่นาน แต่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมัน 24.4 กิโลเมตร/ลิตร นี่เป็นรถ Crossover SUV ขนาดเล็ก 5 ที่นั่ง กับการออกแบบภายใต้แนวการสร้างยนต์กรรมที่ดียิ่งกว่า ก่อกำเนิดมาเป็นสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีความสปอร์ต เฉียบคม พร้อมล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่, โครงสร้าง TNGA, Toyota Safety Sense และ Telematics ที่สำคัญยังผสมผสานความอเนกประสงค์ของตัวรถเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมขุมกำลังไฮบริดเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เรียง 1.8 ลิตร ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า แบตเตอรี่ไฮบริด ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กม. / ลิตร สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ที่สนุกสนานและประทับใจ

7. Suzuki Swift

Suzuki Swift

ปิดท้ายกันที่รถยนต์คันเล็กกระทันรัดอย่าง Suzuki Swift ที่มีอัตราการประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตร/ลิตร นี่เป็นรถทรงสวยรูปร่างกะทัดรัด กับการออกแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ด้วยภายนอกที่สะดุดตา กับภายในที่มีสไตล์เฉพาะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรขนาด 4 สูบ ให้กำลังแรงม้าในระดับดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันในกลุ่มของ Eco Car โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันในระดับที่เรียกได้ว่าประหยัดพอตัว ขับขี่สบายใช้จ่ายประหยัด สมรรถนะดีเยี่ยม

ความจริงแล้วปัจจัยในการซื้อรถยนต์มาใช้งานของแต่ละคน อาจจะแตกต่างกันออกไปตามความต้องการที่หลากหลาย บางคนอาจจะเลือกเพราะรูปทรง บางคนอาจจะเลือกเพราะเครื่องยนต์ บางคนอาจจะเลือกเพราะราคา แต่อย่าลืมว่าปัจจัยหลักที่ทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ได้ก็คือน้ำมัน ฉะนั้น หากท่านเลือกซื้อรุ่นที่ประหยัดน้ำมันมาขับ ก็น่าจะดีไม่น้อยทีเดียว

อ่านบทความน่ารู้มากมายได้ที่เว็บ gameyodhit ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรอบตัว ท่องเที่ยว สุขภาพ ไอที สัตว์ หรือเกษตร ครบจบในเว็บเดียว